อสังหาบุกหนักชิงผู้นำอีอีซี
วันที่ : 16 ตุลาคม 2561
อีอีซีปลุกอสังหาฯ ภาคตะวันออกคึก ผู้ประกอบการท้องถิ่นแข่งรายใหญ่ โกยยอดขาย
อีอีซีปลุกอสังหาฯ ภาคตะวันออกคึก ผู้ประกอบการท้องถิ่นแข่งรายใหญ่ โกยยอดขาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท อรินสิริ แลนด์ บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ใน จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า อสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เป็นที่สนใจเป็นอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยผู้ประกอบการใหญ่ของประเทศหลายรายต่างพากันสะสมแลนด์แบงก์ไว้เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยกันเป็นจำนวนมาก เช่น พฤกษา ศุภาลัย แผ่นดินทอง ลลิล ควอลิตี้ เฮ้าส์ เป็นต้น ที่พัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง
"ผู้ประกอบการท้องถิ่นต้องพลิกกลยุทธ์ในการสู้ อย่างเช่น ปัจจุบันซื้อที่ดินมาพัฒนาในราคาไร่ละ 4 ล้านบาท ซื้อได้ 100 ไร่ คิดเป็นมูลค่า 400 ล้านบาท ธนาคารพาณิชย์ให้สินเชื่อ 50% และต้องใช้เงินตนเองอีก 50% ซึ่งกว่าจะพัฒนาโครงการจบใช้เวลา 3 ปี กว่าจะพัฒนาที่ดินสร้างเสร็จ กว่าจะใช้หนี้แบงก์หมดอย่างน้อย 3-4 ปี ขณะที่ที่ดินในชลบุรีขึ้นราคาปีละเฉลี่ย 25% ถ้ารายเล็กสายป่านสั้น ไม่สามารถสะสมแลนด์แบงก์ได้ ซึ่งจะไม่สามารถสู้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยเฉพาะก่อสร้างปัจจุบันต้นทุนไม่ทิ้งห่างกันมากนัก โดยรูปแบบการพัฒนาโครงการจะให้ความสำคัญกับบ้านแฝด เนื่องจากมีรูปแบบที่คล้ายบ้านเดี่ยว แต่มีราคาถูกกว่า" นายสุชาติ กล่าว
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการท้องถิ่นต้องปรับตัว โดยเฉพาะจะต้องเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อหาแหล่งเงินทุนในรูปแบบอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่าอาศัยการกู้เงินจากสถาบันการเงิน รวมถึงขยายการลงทุนไปยังจังหวัดใกล้เคียง ปัจจุบัน บริษัท อรินสิริ แลนด์ อยู่ระหว่างเตรียมยื่นไฟลิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
สำหรับแผนในปี 2562 จะเปิดตัวโครงการอรินสิริ สปอร์ต เฟส 3 มูลค่า 500 ล้านบาท โครงการคันทรี ฮิลล์ โซน 2 จำนวน 260 ล้านบาท โครงการไพรเวซี โซน 2 จำนวน 230 ล้านบาท ปี 2563 จะเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการอรินสิริ แคมปัส มูลค่า 300 ล้านบาท โครงการอรินสิริ เม้าท์เท่น มูลค่า 550 ล้านบาท โครงการอรินสิริ บีช คอนโด มูลค่า 400 ล้านบาท รวมมูลค่าประมาณ 1,200 ล้านบาท
นายสุชาติ ชมกลิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท อรินสิริ แลนด์ บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ใน จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า อสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เป็นที่สนใจเป็นอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยผู้ประกอบการใหญ่ของประเทศหลายรายต่างพากันสะสมแลนด์แบงก์ไว้เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยกันเป็นจำนวนมาก เช่น พฤกษา ศุภาลัย แผ่นดินทอง ลลิล ควอลิตี้ เฮ้าส์ เป็นต้น ที่พัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง
"ผู้ประกอบการท้องถิ่นต้องพลิกกลยุทธ์ในการสู้ อย่างเช่น ปัจจุบันซื้อที่ดินมาพัฒนาในราคาไร่ละ 4 ล้านบาท ซื้อได้ 100 ไร่ คิดเป็นมูลค่า 400 ล้านบาท ธนาคารพาณิชย์ให้สินเชื่อ 50% และต้องใช้เงินตนเองอีก 50% ซึ่งกว่าจะพัฒนาโครงการจบใช้เวลา 3 ปี กว่าจะพัฒนาที่ดินสร้างเสร็จ กว่าจะใช้หนี้แบงก์หมดอย่างน้อย 3-4 ปี ขณะที่ที่ดินในชลบุรีขึ้นราคาปีละเฉลี่ย 25% ถ้ารายเล็กสายป่านสั้น ไม่สามารถสะสมแลนด์แบงก์ได้ ซึ่งจะไม่สามารถสู้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยเฉพาะก่อสร้างปัจจุบันต้นทุนไม่ทิ้งห่างกันมากนัก โดยรูปแบบการพัฒนาโครงการจะให้ความสำคัญกับบ้านแฝด เนื่องจากมีรูปแบบที่คล้ายบ้านเดี่ยว แต่มีราคาถูกกว่า" นายสุชาติ กล่าว
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการท้องถิ่นต้องปรับตัว โดยเฉพาะจะต้องเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อหาแหล่งเงินทุนในรูปแบบอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่าอาศัยการกู้เงินจากสถาบันการเงิน รวมถึงขยายการลงทุนไปยังจังหวัดใกล้เคียง ปัจจุบัน บริษัท อรินสิริ แลนด์ อยู่ระหว่างเตรียมยื่นไฟลิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
สำหรับแผนในปี 2562 จะเปิดตัวโครงการอรินสิริ สปอร์ต เฟส 3 มูลค่า 500 ล้านบาท โครงการคันทรี ฮิลล์ โซน 2 จำนวน 260 ล้านบาท โครงการไพรเวซี โซน 2 จำนวน 230 ล้านบาท ปี 2563 จะเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการอรินสิริ แคมปัส มูลค่า 300 ล้านบาท โครงการอรินสิริ เม้าท์เท่น มูลค่า 550 ล้านบาท โครงการอรินสิริ บีช คอนโด มูลค่า 400 ล้านบาท รวมมูลค่าประมาณ 1,200 ล้านบาท
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ